16 เมษายน 2553

Social Network , Real Life and Politic issue

ช่วงเวลานี้ของสังคม ยังเป้นช่วงเวลาที่ หนัก หนักหนา ในความรู้สึก หนัก หนาในบรรยากาศ ของความแตกร้าวทางความคิดของ"คน" ในชนชาติเดียวกัน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับแต่เราเรียกขาน นามประเทศ ว่า "สยาม" จนเปลี่ยนผ่านมาเป็น "ไทย" ความแตกแยกแตกร้าวนี้ ปรากฏเด่นชัด ทั้งทางกายภาพ (สีเสื้อ,สัญลักษณ์,ป้าย รวมถึง สติ๊กเกอร์ต่างๆ)และทาง ความคิดผ่านทางสังคมเสมือน หรือ โลกที่เรียกขานแต่เดิมว่า Cyberspace กระทั่งกลายมาเป็น Social Networkในปัจจุบัน

โดยปกติแล้วคนไทยนั้นมักจะเขินอายต่อการแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ซึ่งเป็นจุดด้อย อันเด่นชัดเวลาร่วมงานกับชาวต่างประเทศ หรือ ศึกษากับสังคมที่มีชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก จึงมักถูกวิจารณ์เสมอว่าคนไทยไม่กล้าที่จะแสดงออก ซึ่งถึงปัจจุบันเอง ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ แต่แล้ว เมื่อสังคมเสมือนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในชีวิตของคนส่วนหนึ่งของสังคม ที่น่าจะประกอบด้วย นักเรียนนักศึกษา จนถึงวัยทำงาน ที่มีโอกาศในการเข้าถึง Internet จากการวิวัฒนาการของโลก ฉyberspace ที่เริ่มจากการติดต่อสื่อสารแบบทางเดียว ที่ผู้สร้าง Web Page ทำหน้าที่เสนอเนื้อหาสาระ แก่ผู้เข้ามาเยี่ยมชม จนวิวัฒนาการเป็น ระบบกระดานข่าว (Web Board) ที่ผู้เข้ามาเยี่ยมชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันผ่าน วิวาทะทางตัวอักษรในกระทู้ หรือ หัวข้อที่ตนเองสนใจ แต่ตัวตนในโลก Internet นั้น ยังแยกจากตัวตนที่แท้จริงของคนเราค่อนข้างเด่นชัด แต่ก็ยัง
มีบริการในโลก CyberSpace ที่อ้างอิงถึงตัวตนที่แท้จริงอยู่บ้างเช่นบริการพวก Instant Message ทั้งหลายที่ก่อกำเนิด มาตั้งแต่ICQ , AOL , MSN แต่บริการเหล่านี้ก็ยังจำกัดกลุ่มคนที่ใช้งานเป็นกลุ่มแคบๆ เฉพาะกลุ่มของตนเองเท่านั้น ทั้งนี้การระบุตัวตนในโลก Cyber ก็ยืนยันกันผ่านชื่อ หรือ login name เป็นอันสิ้นสุดเหมือนดั่งยุคหนึ่งที่มีการเล่นวิทยุสื่อสาร สมัครเล่นกันอย่างกว้างขวางแล้วแทนตัวตนด้วน call sign ซึ่งตัวตนในโลก Cyber นั้นจะเป็นอย่างไรก็อนุมานได้จากตัวอักษร หรือ ลีลาในการตอบกระทู้ ซึ่งอาจจะเป็นเหมือนตัวตนที่แท้จริงหรือ คนละเรื่องเลยก็เป็นได้

แต่แล้วเมื่อโลก Internet เข้าสู่ยุคของ Web 2.0 ที่มีนิยามสั้นๆว่า Social Network ก็ก่อกำเนิดรูปแบบในการติดต่อสื่อสารกันแบบเปิดมากขึ้น ผู้คนในโลก Cyberspace นำตัวตนจริงเข้ามาอยู่ในโลกแห่งนี้มากขึ้น เป็นการหลอมรวมตัวตนที่แท้จริงเข้ากับโลกเสมือนอย่างกลมกลืน เนื่องจากเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดจากเดิม จากสังคมเฉพาะกลุ่มเริ่มกลายเป็นสังคมที่กว้างขึ้น จากระบบเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวย เช่น Facebook หรือ Twitter ซึ่งระบบเหล่านี้ทำให้เราเชื่อมโยงกับผู้คนในโลก Cyberspace อื่นๆได้อย่างง่ายดายและมีการกลั่นกรองน้อยมาก เพียงแค่ยื่นข้อเสนอเป็นเพื่อนของ Facebook หรือการ Follow กันใน Twitter และปัจจุบันเราได้ใช้เครื่องมือเหล่านี้ ในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆแบบจริงจัง คือมีการยืนยันตัวตนที่แท้ต่อกันไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น , เพื่อนร่วมงาน จนลามไปสู่ เพื่อนของเพื่ือน เป็นทอดๆ และ อุปกรณ์ต่างๆได้พัฒนาตามขึ้นมาให้การติดต่อสื่อสารในรูปแบบนี้ ทำได้ง่ายดายขึ้นไม่ว่าจะเป็น Computer แบบ ปกติ,พกพา จนไปถึงโทรศัพท์มือถือ ทำให้ปัจจุบันเราติดต่อสื่อสารกันได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางปกติ เช่นการพูดคุย , โทรศัพท์ หรือในรูปแบบเสมือน Chat ผ่าน MSN,GTalk หรือประกาศใน Twitter , Facebook ทำให้กำแพงของการปิดกั้นการแสดงออกเริ่มพังทลาย เพราะเรายังคิดอยู่ว่าสิ่งที่ทำไปในโลกเสมือนนั้น เป็นเกิดขึ้นโลกเสมือนมิใช่โลกจริง บางครั้งการที่เราจะบอกเพื่อนตรงๆว่า ไปเที่ยวด้วยกันคราวนั้นไม่สนุกเลย เรากลับ เขียนข้อความลง twitter หรอื Facebook "ว่าเฮ้อ ทริปนี้กร่อยๆว่ะ" เพื่อที่จะให้คนที่ไปเที่ยวกับเรามาพบ และมาถามไถ่กันทีหลังว่า "อ้าวไปเที่่ยวนึกว่าสนุกด้วยกันตกลงไม่สนุกตอนไหนเนี่ย ทำไมไม่บอก" ตัวอย่างเริ่มต้นเล็กๆน้อยๆนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพังทลายกำแพง จนถึงวันนี้ เรื่องที่ต้องระมัดระวังในการแสดงออกเช่น การเมือง,ศาสนา จนถึงมีคำกล่าวที่ว่า เป้นเรื่องที่หาข้อสรุปไม่ได้ และ ก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งได้มากที่สุดหากยกขึ้นมาพูดกัน เพราะพื้นฐานเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องศรัทธาและความเชื่อ จึงยากที่จะแบ่งแยกความถูกผิดหรือดีเลว เพียงเพราะสิ่งที่ตนเองเชื่อนั้นขัดกับผู้อื่น

แต่ ณ. วันนี้ จากเหตุการณ์การเมืองอันร้อนระอุ ทั้งสถานะการณ์ที่ปรากฏในปัจจุบัน ก็ได้แพร่กระจายเข้ามาสู่สังคม Cyberspace ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบย้อนกลับไปยังชีวิตจริงของผู้คนเช่น Blog นี้เป็นต้น 10 เมษายน 2553 ที่ผู้เขียนได้ทำการตัดเพื่อนจริงๆ ด้วยกรรมวิธีทาง Cyberspace เพราะความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว ซึ่งในโลกจริงนั้น ผู้เขียนกับเพื่อืนก็ไม่ได้เสวนาเรื่องการเมืองกันให้ได้ข้อยุติ แต่ใน Social Network ผู้เขียนได้รับรู้แนวคิดทางการเมืองผ่านทางการสื่อสารใน Facebook และได้ตัดสินใจตัดขาดกับเพื่อนโดยกรรมวิธี block ของ Facebook ซึ่งในโลกจริงเพื่อนของผู้เขียน Blogข้างต้นอาจจะรับรู้ได้โดย การสังเกตว่าไม่ได้รับข่าวสารจากเพื่อนคนนี้เลยนานแล้ว พยายามค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ซึ่งอาจจะเนิ่นนานกว่าการที่คนเราจะเดินไปบอกกัน คุยกันแล้วทะเลาะเลิกคบกันก็เป็นได้

ปัจจุบันแนวโน้มลักษณะนี้ได้ขยายวงและเพิ่มมากขึ้นทำให้ เราอาจจะต้องกลับมาพิจารณาว่าเราเอาตัวตนที่แท้เข้าไปสู่โลกเสมือนมากเพียงใด และสุดท้ายเราจะแยกแยะตัวตนเราออกมาได้หรือไม่หรือท้ายที่สุดแล้วโลกจริงกับโลกเสมือนจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ไม่มีความคิดเห็น: